วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Shine


ปิยะฉัตร


Shine เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของ เดวิด ผู้ที่หลงใหลในการเล่นเปียโน และมีเปียโนที่เปรียบเสมือนชีวิตของเขา เขามีพ่อเป็นครูคนแรกที่สอนเปียโนให้เขา เเต่ด้วยความที่พ่อของเขามีความฝันที่จะเป็นนักดนตรีแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อความฝันของพ่อถูกปิดตาย เดวิดต้องเปรียบเสมือนตัวแทนของพ่อ พ่อของเขาให้ซ้อมเปียโนอย่างเอาเป็นเอาตาย และสอนเขาว่าจะต้องเป็นผู้ชนะ เขาต้องฝึกซ้อมเปียโนด้วยความกดดันทุกวันต่อจากนั้นเขาก็เข้าประกวดเปียโนเป็นครั้งแรก ผลการแข่งขันปรากฎว่าเขาได้เพียงรางวัลรองชนะเลิศ


โรเซนครูสอนเปียโนจึงเข้ามารับช่วงต่อ แต่ความกดดันจากความฝันอันยิ่งใหญ่ก็ยังไม่ได้หายไปแม้แต่น้อย จนเมื่อครั้งหนึ่ง ไอแซก สเติร์น นักไวโอลินผู้ยิ่งใหญ่เสนอทุนฯไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่เขากลับถูกปฏิเสธจากพ่อ หลังจากนั้นเขาได้พบกับนักวรรณกรรมหญิงสาวชาวรัสเซีย แต่ความฝันของเดวิดก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ด้วยความสามารถและพรสวรรค์อันโดดเด่นของเขา จึงทำให้ Royal College of Music ที่กรุงลอนดอน ให้ทุนเรียนต่อทางด้านดนตรี เดวิดจึงเกิดความลังเลเกิดขบถต่อพ่อด้วยคำแนะนำของนักวรรณกรรมหญิงเชื้อสายรัสเซีย เคธรีน เพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเดวิด เดวิดจึงมั่นใจว่า เขาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิตตัวเขาเองได้ถึงแม้ว่า จะต้องตัดพ่อตัดลูกตั้งแต่นั้นเป็นมา


เขาได้หัดฝึกซ้อม เพลงแรคเมนีนอพ ซึ่งนับว่าเป็นเพลงที่ยากมากและไม่มีใครกล้าที่จะเล่เขาฝึกซ้อมอย่างชำนาญและเล่นได้เป็นอย่างดี เพื่อที่จะประกวด ก่อนหน้าการประกวดพียงไม่กี่วัน เขาทราบข่าวร้ายว่านักวรรณกรรมหญิงสาวชาวรัสเซียเสียชีวิต ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นแม่ของเข เขารูสึกเสียใจ เมื่อ เขาเข้าประกวด ก่อนเสียงปรบมือจะดังขึ้น เขาก็ล้มสติแตก

หลังจากนั้นเขาก็เป็นคนสติไม่ดี ต้องเข้าไประรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ในระหว่างนั้นเองเขาได้พบกับผู้หญิงอีกหนึ่งคน เขาได้เลี้ยงดูเดวิด เขาได้ไปพบกับซิลเวียเพื่อนสมัยเด็กในร้านอาหาร เขาได้ไปเล่นเปียโนในร้านอาหารทุกคืน จนได้พบกับเพื่อนของซิลเวียและแต่งงานกัน เขาดูแลเอาใจใส่ให้เดวิดลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งหนึ่งซึ่งได้มอบความรักอันแท้จริงให้กับเดวิด หลังจากนั้นเขาก็ยังคงเล่นดนตรีทุกค่ำคืนอย่างมีความสุข พร้อมเสียงปรบมือของผู้ชม สุดท้ายเขาก็ไปที่สุสานที่เป็นหลุมฝังสพของพ่อเพื่อบ่องบอกว่าพ่ออยู่ในใจเขาเสมอ

การเปิดฉากของหนังเรื่องนี้เป็นการนำฉากตอนเกือบจะจบของเรื่องมา นั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจเนื่องจาก ทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจ และอยากที่จะติดตามภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด ภาพที่เห็นในเรื่องเป็นการดำเนินเรื่องแบการเล่าถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันและเหตุการณ์ในอดีตย้อนไปย้อนมา โดยเรื่องนี้มีการกำหนดให้ตัวละคร คือ เดวิดเป็นตัวดำเนินเรื่อง ซึ่งเดวิดจะเป็นตัว ละครที่คลายปมปัญหาและเหตุการณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งหมด
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการสื่อให้เห็นถึงเรื่องราวความรักของพ่อที่มีความรักต่อครอบครัว แต่จุดสำคัญของเรื่องนี้ เป็นความรักชนิดที่เรียกว่ารักอย่างไม่มีเหตุผล แต่เป็นการรักอย่างทำลายล้าง พ่อของเดวิดอ้างความเป็นเผด็จการในการแสดงออกถึงความรัก โดยให้ลูกเปรียบเสมือนตัวแทนของตนเอง เขายัดเยียดความต้องการของตนเองไว้กับเดวิดที่เคยอยากเรียนดนตรี โดยฝากความฝันไว้กับลูกต้องเป็นผู้ชนะ

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีสัญลักษณ์ที่บ่งบองเนื้อหาในเรื่องอย่างชัดเจนนั่นคือ การเริ่มเรื่องมีรูปหน้าตัวละคร อยู่บนพื้นสีดำ แสดงถึง ความหม่นหมอง ความเศร้าที่เกิดขึ้นกับตัวละคร ในห้องน้ำก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิทมีน้ำหยดอยู่ตลอดเวลานั่นแสดงให้เห็นว่า ความกดดันที่มีอยู่ตลอดเวลา ในอ่างอาบน้ำเดวิดถ่ายลงในอ่างอาบน้ำแสดงให้เห็นว่า เขาไม่สามารถจะควบคุบตัวเองไม่ได้แล้วเพราะเขาแบกรับการกดดันไม่ไหวแล้ว หนังฉายภาพการกลับมาของเดวิดแบบสนุกสนาน พูดจาเร็ว ฟังไม่ได้ศัพท์ ยิ้มและเริงร่าหัวเราะตลอดเวลาเหมือนเป็นการชดเชยที่ไม่เคยทำแบบนั้นมาหลายสิบปี
ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ามีการสร้างความแข็งแกร่งบนความอ่อนแอ การใช้ดนตรีในการสื่อสารดีกว่าการใช้ภาษา การแสดงออกด้วยความรักที่ทำลายล้างไม่ใช่ความรักอย่างแท้จริง แต่ความรักที่แท้จริงคือความรักที่สร้างสรรค์ มันจะเป็นพลังให้กับมนุษย์ทุกคนเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่

ไม่มีความคิดเห็น: